5 สัญญาณ เมื่อลูกน้อยของคุณกำลังแพ้ไรฝุ่น? พร้อมวิธีป้องกัน

คุณพ่อ คุณแม่ คงเคยได้ยินและทราบข้อมูลเกี่ยวกับไรฝุ่นมาบ้างไม่มากก็น้อย สำหรับประเทศไทยไรฝุ่นถือเป็นสิ่งก่อภูมิแพ้มากที่สุด ถือเป็นเรื่องที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลใจอยู่ไม่น้อยหากลูกมีอาการเจ็บป่วยต่างๆ โดยที่อาจจะมีสาเหตุมาจากไรฝุ่นในที่นอน สำหรับคุณพ่อและคุณแม่มือใหม่วันนี้เรามีวิธีสังเกตอาการของลูกน้อย ว่ามีสัญญาณที่เกิดจากการแพ้ไรฝุ่นอยู่หรือไม่ พร้อมวิธีกำจัดไรฝุ่น แก้ไขที่ต้นตอ เพื่อลูกน้อย หลับสบาย ปราศจากไรฝุ่นรบกวน เติบโต สดใส สมวัย

สัญญาณบ่งบอกว่าลูกน้อยอาจกำลังแพ้ไรฝุ่น

– มีอาการหอบหืด

ลูกน้อยมักจะหายใจมีเสียงหวีด และเหนื่อยหอบ โดยอาการจะเป็นๆ หายๆ ส่วนใหญ่เป็นช่วงกลางคืนหรือเช้ามืด โดยมีอาการเป็นช่วงสั้นๆ หอบนานๆ ครั้ง ไปจนถึงอาการรุนแรงมาก เช่น หอบทุกวัน หรือมีอาการตลอดเวลาจนไม่สามารถทำกิจกรรมประจำวันได้ตามปกติ

– ผิวหนังอักเสบ, เป็นผื่นแดง

ลูกน้อยมีการอักเสบที่ผิวหนังชั้นนอก มักเกิดบริเวณ คอ ข้อพับ ข้อศอก มือ และเท้า  ผิวหนังจะมีผื่น บวมแดง มีตุ่มน้ำใส หรือแห้งมีสะเก็ด มักมีอาการคัน ร่วมด้วย ถือเป็นอาการในระยะเฉียบพลับ หากไม่หาวิธีกำจัดไรฝุ่นในบ้าน อาการอาจเป็นมากยิ่งขึ้น เมื่อเข้าสู่ระยะเรื้อรัง ผื่นจะกลายเป็นแผ่นที่หนาขึ้น มีขุย จนอาจทำให้ผิวหนังของลูกน้อยเกิดรอยแผลเป็นได้ หรือหากมีอาการติดเชื้อร่วมด้วยอาจมีหนองได้

คันยา ขยี้ตา น้ำตาไหล

ลูกน้อยติดนิสัยขยี้ตาทั้ง 2 ข้าง มีอาการตาแดง คันระคายเคืองตา น้ำตาไหลเป็นประจำ มักจะเกิดจากการระคายที่เยื่อบุตาขาว ซึ่งการขยี้ตาจากการคันตาเพียงเล็กน้อยนี่ คุณพ่อ คุณแม่อาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่รู้หรือไม่ว่า หากมือของลูกไม่สะอาด อาจจะนำเชื้อโรคเข้าสู่ดวงตาได้ ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อน เช่น ตาอักเสบ ตากุ้งยิง เป็นต้น

– คัดจมูก มีน้ำมูก

ลูกน้อยมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล มีเสมหะในคอ หรือมีอาการจามเป็นช่วงๆ ร่วมด้วย เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก ซึ่งมีตัวกระตุ้นจากไรฝุ่นนั่นเอง หากไม่หาทางป้องกัน การที่ลูกน้อยจามต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ก็จะเสี่ยงที่จะมีอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นโรคอื่นๆ เพิ่มเติมได้ เช่น โรคหืด ไซนัสอักเสบ เป็นต้น

– อาการจามอย่างต่อเนื่องหลังตื่นนอน

ลูกน้อย เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยอาการจาม มีอาการจามต่อเนื่องหลายนาทีหลังตื่นนอน อาจกินเวลาหลายนาทีจึงจะหยุด ซึ่งการจามจากการที่มีไรฝุ่นเป็นตัวกระตุ้นนั้น จะต่างไปจากการจามเพราะลูกไม่สบาย ที่มักจะมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เป็นไข้ ตัวรุมๆ มีน้ำมูก คุณพ่อ คุณแม่ลองสังเกตลูกให้ดีนะคะ

ลองสังเกตลูกน้อยของคุณ หากมีอาการข้างต้นเป็นประจำ สงสัยได้เลยว่าอาจเกิดจากการแพ้ไรฝุ่นภายในบ้าน คุณพ่อคุณแม่ควรหาวิธีลดปริมาณไรฝุ่นภายในบ้าน เพื่อให้ลูกน้อยมีอาการดีขึ้น ไม่พัฒนาต่อไปเป็นโรคภูมิแพ้ หรือโรคอื่นๆ ที่ร้ายแรงยิ่งขึ้น เราจึงมีเทคนิคดีดีมาแนะนำกันด้วยค่ะ

กำจัดไรฝุ่นภายในบ้านเพื่อลูกน้อย เพียงทำตามคำแนะนำต่อไปนี้

  • ทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน ควรใช้เครื่องดูดฝุ่น ไม่ควรใช้ไม้กวาด เพื่อลดการฟุ้งกระจาย ใช้ไม้ถูพื้นที่ผสมน้ำยาดักฝุ่น ใช้ผ้าหมาด เช็ดกำจัดฝุ่นตามเครื่องใช้ต่างๆ ในห้องนอนของลูกน้อย รวมถึง ขอบหน้าต่าง และมุมอับต่างๆ อย่างทั่วถึง

  • ล้างกรองแอร์อย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 1 ครั้ง ต่อ 3 เดือน
  • ซักพรมปูพื้นห้อง ผ้าเช็ดเท้าเป็นประจำ นำผึ่งแดดจัด เพราะถือเป็นอีกแหล่งอีกมีมักจะมีไรฝุ่นสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีความชื้นและสัมผัสกับผิวหนังลูกน้อยเป็นประจำ
  • เลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA เพราะแผ่นกรองละเอียดที่สามารถกรองไรฝุ่นที่มีขนาดเล็กถึง 0.1-0.3 ไมครอนได้

  • เปิดม่าน และหน้าต่างเพื่อถ่ายเทอากาศ ให้แสงแดดส่องเข้ามาในห้องนอน เพื่อลดความอับชื้น เพราะความอับชื้นในห้องที่ประมาณ 70% ขึ้นไป จะทำให้ไรฝุ่นเจริญเติบโตได้ดีมาก

  • ทำความสะอาดที่นอน ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน และหมอน เป็นประจำ เพราะ ถือเป็นแหล่งสะสมของไรฝุ่นที่ใหญ่ที่สุด เพราะที่นอนนั้นมีความอับชื้น มีอุณหภูมิที่เหมาะสม ไรฝุ่นยังชอบกินเศษเซลล์ผิวหนังของมนุษย์เป็นอาหาร รวมถึงขนสัตว์และเศษใยผ้าด้วย คุณพ่อและคุณแม่ จึงควรซัก ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิเกิน 60 องศาขึ้นไป หมอนควรนำตากแดดโดยพลิกทั้งสองด้านให้โดนแดดอย่างน้อยด้านละ 2 ชม. ขึ้นไปเพื่อกำจัดไข่ไรฝุ่นให้ฝ่อลง
    สำหรับที่นอนถือเป็นสิ่งที่มีไรฝุ่นสะสมอยู่เยอะที่สุด ทำความสะอาดได้ยากที่สุด เพราะไม่สามารถถอดชิ้นส่วนออกมาซักได้เลย การขนย้ายเพื่อนำไปตากแดดทำได้ยาก รวมถึงการตากแดดไม่สามารถกำจัดไรฝุ่นได้โดยตรง เพราะแดดมีอุณหภูมิเพียงแค่ 35-45 องศา เท่านั้น (ไรฝุ่นตายที่อุณหภูมิ 60 องศาขึ้นไป) ตัวไรฝุ่นสามารถเคลื่อนที่ไปอีกด้านของที่นอนเพื่อหนีความร้อนจากแดดได้ การตากแดดจึงเพียงทำให้ไข่ของไรฝุ่นฝ่อลง เป็นการลดการแพร่พันธุ์ แต่ตัวไรฝุ่นนั้นยังอยู่
    คุณพ่อและคุณแม่จึงควรพิจารณาใช้บริการกำจัดไรฝุ่นจากบริษัทที่เชื่อถือได้ มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพสูง มีการรับรองจากศูนย์วิจัยไรฝุ่นแห่งประเทศไทยและองค์กรชั้นนำระดับโลก เช่น AHAM, CRI, AAFA โดยการกำจัดไรฝุ่นจากบริษัทกำจัดไรฝุ่นชั้นนำ จะสามารถลดสารก่อภูมิแพ้ได้ถึง 100%

กำจัดไรฝุ่นที่นอน ตรวจเช็คไรฝุ่น

ไม่ยากเลยที่จะทำให้บ้านและห้องนอนของลูกน้อยปราศจากไรฝุ่น เพียงทำตามคำแนะนำของเรา เท่านี้ลูกรักก็ไม่ต้องเสี่ยงกับอันตรายต่างๆ จากไรฝุ่นอีกแล้วล่ะค่ะ ^^

 

2019-05-27T21:23:54+00:00 27 May 2019|บทความ|